การคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา: ขั้นตอนและวิธีการที่ถูกต้อง

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นกระบวนการที่สำคัญสำหรับผู้มีรายได้ทุกคน เนื่องจากการยื่นภาษีที่ถูกต้องจะช่วยให้เราสามารถปฏิบัติตามกฎหมายและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังได้ บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนและวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างละเอียด 

 

ขั้นตอนที่ 1: รวบรวมรายได้ทั้งหมด

ขั้นแรกในการคำนวณภาษีคือการรวบรวมรายได้ทั้งหมดที่ได้รับในปีภาษี รายได้เหล่านี้อาจประกอบด้วย:

  • เงินเดือนและค่าจ้าง
  • รายได้จากการทำงานอิสระหรือธุรกิจส่วนตัว
  • ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร
  • เงินปันผลจากการลงทุน
  • รายได้จากการเช่าทรัพย์สิน
  • รายได้จากการขายทรัพย์สิน

 

ขั้นตอนที่ 2: คำนวณรายได้สุทธิ

จากนั้น ให้หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนดออกจากรายได้รวม เพื่อคำนวณรายได้สุทธิ ซึ่งค่าลดหย่อนที่สามารถหักได้มีดังนี้:

  • ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล: 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส: 60,000 บาท (ถ้ามี)
  • ค่าลดหย่อนบุตร: 30,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคน (สูงสุด 3 คน)
  • ค่าลดหย่อนบิดามารดา: 30,000 บาทต่อคน (ถ้ามี)
  • ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต: ไม่เกิน 100,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย: ไม่เกิน 100,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนการบริจาค: ตามที่บริจาคจริงแต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าลดหย่อนอื่นๆ

 

ขั้นตอนที่ 3: คำนวณภาษีเงินได้ที่ต้องชำระ

หลังจากได้รายได้สุทธิแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการคำนวณภาษีตามอัตราภาษีที่กำหนด โดยอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับประเทศไทยในปี 2564 มีดังนี้:

  • รายได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท: ได้รับการยกเว้นภาษี
  • รายได้สุทธิเกิน 150,000 ถึง 300,000 บาท: อัตราภาษี 5%
  • รายได้สุทธิเกิน 300,000 ถึง 500,000 บาท: อัตราภาษี 10%
  • รายได้สุทธิเกิน 500,000 ถึง 750,000 บาท: อัตราภาษี 15%
  • รายได้สุทธิเกิน 750,000 ถึง 1,000,000 บาท: อัตราภาษี 20%
  • รายได้สุทธิเกิน 1,000,000 ถึง 2,000,000 บาท: อัตราภาษี 25%
  • รายได้สุทธิเกิน 2,000,000 ถึง 5,000,000 บาท: อัตราภาษี 30%
  • รายได้สุทธิเกิน 5,000,000 บาท: อัตราภาษี 35%

 

ตัวอย่างการคำนวณ:

หากคุณมีรายได้รวมต่อปี 900,000 บาท และมีค่าลดหย่อนรวม 210,000 บาท รายได้สุทธิจะเป็น 690,000 บาท

  • รายได้ส่วนที่ 1: 150,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษี
  • รายได้ส่วนที่ 2: 150,001 - 300,000 บาท ต้องชำระภาษี 5% = 7,500 บาท
  • รายได้ส่วนที่ 3: 300,001 - 500,000 บาท ต้องชำระภาษี 10% = 20,000 บาท
  • รายได้ส่วนที่ 4: 500,001 - 690,000 บาท ต้องชำระภาษี 15% = 28,500 บาท
  • รวมภาษีที่ต้องชำระ = 7,500 + 20,000 + 28,500 = 56,000 บาท

 

ขั้นตอนที่ 4: ยื่นภาษีและชำระภาษี

เมื่อคำนวณภาษีเสร็จสิ้น ให้ยื่นแบบฟอร์มภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านทางออนไลน์หรือที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ใกล้บ้านคุณ และทำการชำระภาษีตามจำนวนที่คำนวณได้

 

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องการความระมัดระวังในการรวบรวมข้อมูลและคำนวณค่าลดหย่อนต่าง ๆ อย่างถูกต้อง การปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องจะช่วยให้เราสามารถยื่นภาษีได้อย่างไม่มีปัญหาและปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

การใช้บริการจากนักบัญชีหรือที่ปรึกษาทางภาษีอาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีรายได้ซับซ้อนหรือต้องการความมั่นใจในการคำนวณภาษีของตนเอง

คำถามพบบ่อย (FAQ) สำหรับบริการรับทำบัญชีรายเดือนและภาษี

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

1. บริการรับทำบัญชีรายเดือนมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายในการรับทำบัญชีรายเดือนขึ้นอยู่กับจำนวนใบกำกับภาษีที่ต้องการจัดทำในแต่ละเดือน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ดูที่ แพ็กเกจบริการทำบัญชี

2. การยื่นแบบประกันสังคมต้องทำอย่างไร?

การยื่นแบบประกันสังคมต้องจัดทำและยื่นแบบการนำส่งเงินสมทบ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ดูที่ ประกันสังคมสำหรับพนักงาน

3. ทำไมถึงควรใช้บริการรับทำบัญชีมืออาชีพ?

การใช้บริการรับทำบัญชีมืออาชีพช่วยให้การจัดการการเงินของธุรกิจมีความถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูที่ ประโยชน์ของบริการบัญชี

4. ขั้นตอนการจัดทำบัญชีรายเดือนมีอะไรบ้าง?

การจัดทำบัญชีรายเดือนประกอบด้วยการเก็บรวบรวมเอกสาร การบันทึกบัญชี และการจัดทำรายงาน สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ดูที่ ขั้นตอนการให้บริการ

ข้อสรุป

การจัดทำบัญชีรายเดือนและการยื่นภาษีเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำอย่างถูกต้องและเป็นระเบียบ การใช้บริการรับทำบัญชีและภาษีจากมืออาชีพจะช่วยให้ธุรกิจของคุณมีความมั่นคงและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม อย่าลังเลที่จะติดต่อเราผ่าน เว็บไซต์ของเรา หรือติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคาและคำปรึกษาจากทีมงานมืออาชีพของเรา

Visitors: 2,028,043